ปัญหา ตัวกรองตาข่าย ที่พบบ่อย 7 อย่างและวิธีแก้ไขอย่างรวดเร็ว

ปัญหา ตัวกรองตาข่าย ที่พบบ่อย 7 อย่างและวิธีแก้ไขอย่างรวดเร็ว

บทความนี้รวม 7 ปัญหายอดนิยมของตัวกรองตาข่ายสำหรับระบบชลประทาน พร้อมวิธีแก้ไขอย่างรวดเร็ว จากประสบการณ์ 14 ปีของ HJLYGL เพื่อให้ระบบรดน้ำทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

ข้อสรุปสำคัญ

  • ปัญหาส่วนใหญ่ของตัวกรองตาข่ายสามารถแก้ไขได้ด้วยการบำรุงรักษาที่ถูกวิธี ไม่ต้องเปลี่ยนอะไหล่ทั้งชุด
  • การเลือกขนาดไมครอนของตาข่ายให้เหมาะกับแหล่งน้ำ จะช่วยลดการสูญเสียความดันและยืดอายุการใช้งาน
  • ตัวกรองตาข่ายทำงานคู่กับอุปกรณ์กรองอื่น จะช่วยปกป้องหัวฉีดน้ำและสเปรย์ไม่ให้อุดตันได้ยาวนานกว่า

7 ปัญหาตัวกรองตาข่ายที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข

ตัวกรองตาข่ายเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้กันทั่วไปในระบบชลประทานทุกประเภท แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักพบปัญหาที่ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง เรามีรายการปัญหายอดนิยม 7 อย่างพร้อมวิธีแก้ไขดังนี้

1. ตาข่ายอุดตันเร็วเกินไป สาเหตุหลักมาจากน้ำมีตะกอน ทราย หรือเศษพืชมากเกินไป โดยเฉพาะถ้าคุณใช้น้ำจากบึง น้ำแม่น้ำ หรือน้ำที่ไม่ได้รับการกรองขั้นต้น วิธีแก้ไขคือทำการล้างถอยหลังทันทีเพื่อขจัดตะกอนที่เกาะตัว ถ้าแหล่งน้ำของคุณมีทรายปริมาณมาก แนะนำให้ติดตั้งอุปกรณ์แยกทรายก่อนเข้าตัวกรองตาข่าย เช่น HJLYGL ตัวกรองแรงเหวี่ยงพลาสติก (2") เพื่อกรองอนุภาคทรายขนาดใหญ่ออกก่อน

2. ความดันตกสูงเกินไป คือค่าความแตกต่างของความดันก่อนและหลังผ่านตัวกรองสูงกว่า 0.2 บาร์ ทำให้น้ำไหลไม่ถึงพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด สาเหตุมาจากตาข่ายอุดตันหนัก หรือเลือกขนาดตัวกรองเล็กเกินไปไม่รองรับอัตราการไหลของระบบ วิธีแก้ไขคือล้างทำความสะอาดตาข่ายทันที และตรวจสอบขนาดที่เหมาะสมกับระบบของคุณ

3. ตาข่ายขาดหรือแตกอย่างไม่คาดคิด สาเหตุส่วนใหญ่มาจากความดันน้ำในระบบพุ่งกระทบหนักเกินไป หรือใช้วัสดุตาข่ายไม่ทนทานที่ออกแบบมาสำหรับงานชลประทาน วิธีแก้ไขคือติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมความดันในระบบเพื่อป้องกันความเสียหาย เช่น HJLYGL วาล์วคงความดัน (2") เพื่อทำให้ค่าความดันในท่อคงที่ตลอดเวลา

4. น้ำรั่วออกจากฝาปิดตัวกรอง สาเหตุมาจากซีลยางภายในเสื่อมสภาพหลังจากใช้งานนาน หรือขันน็อตยึดฝาปิดไม่แน่นพอ วิธีแก้ไขคือเปลี่ยนซีลยางอะไหล่แท้ของผู้ผลิต และขันน็อตให้แน่นสม่ำเสมอ อย่าขันแรงเกินไปจนฝาปิดพลาสติกแตกเสียหาย

5. ตัวกรองมีคราบสนิมเกาะภายในอย่างหนัก สาเหตุเกิดจากน้ำมีค่าความเป็นกรดสูง หรือไม่ได้ระบายน้ำทิ้งภายในตัวกรองเมื่อหยุดใช้งานนานกว่า 1 สัปดาห์ วิธีแก้ไขคือล้างทำความสะอาดภายในทุก 3 เดือน และเลือกใช้ตัวกรองที่ทำจากสแตนเลสเกรดอาหารสำหรับใช้งานระยะยาว

6. การล้างถอยหลังไม่ได้ผลตาข่ายยังคงอุดตัน สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการติดตั้งวาล์วล้างทิศทางผิด หรือแรงดันน้ำที่ใช้สำหรับล้างต่ำเกินไปไม่สามารถขจัดตะกอนออกได้หมด วิธีแก้ไขคือตรวจสอบทิศทางลูกศรบนวาล์ว และปรับความดันน้ำสำหรับล้างให้สูงกว่า 2 บาร์

7. ตัวกรองต้องล้างบ่อยเกินไปทุกวัน ทำให้เสียเวลามาก สาเหตุมาจากการเลือกขนาดตัวกรองเล็กเกินไปตั้งแต่แรก ไม่รองรับปริมาณน้ำที่ใช้งานจริงของระบบชลประทานทั้งหมด วิธีแก้ไขคืออ้างอิงข้อมูลอัตราการไหลของระบบ เลือกขนาดตัวกรองที่ใหญ่ขึ้น คุณสามารถดูรายการอุปกรณ์กรองชลประทานทั้งหมดได้ที่ หน้ารวมผลิตภัณฑ์ HJLYGL เพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสม

เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อยืดอายุการใช้งานตัวกรองตาข่าย

HJLYGL มีประสบการณ์การผลิตและส่งออกตัวกรองชลประทานมากกว่า 14 ปี ส่งออกไปยังกว่า 60 ประเทศทั่วโลก เราแนะนำให้ตรวจสอบเกจวัดความดันที่ติดตั้งก่อนและหลังตัวกรองทุกวัน เพื่อทราบสถานะการทำงานของตาข่ายได้ทันที ไม่ต้องรอจนระบบอุดตันเสียหายทั้งระบบ

สำหรับแหล่งน้ำที่มีตะกอนมาก เช่น น้ำบาดาล น้ำแม่น้ำ หรือน้ำจากบึงเลี้ยงปลา แนะนำให้ใช้ชุดกรองหลายขั้นตอน เริ่มจากตัวกรองแรงเหวี่ยงแยกทราย ตามด้วยตัวกรองสื่อทราย และตัวกรองตาข่ายหรือตัวกรองแผ่นจานเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนส่งน้ำไปยังท่อส่งน้ำหลัก เพื่อปกป้องอีมิเตอร์ไม่ให้อุดตัน ลดต้นทุนการบำรุงรักษาในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

ตัวกรองตาข่ายกับตัวกรองแผ่นจาน แตกต่างกันอย่างไรสำหรับระบบชลประทาน?

ตัวกรองตาข่ายใช้แผ่นตาข่ายสแตนเลสกรองตะกอน ข้อดีคือราคาถูก ล้างทำความสะอาดง่าย ส่วนตัวกรองแผ่นจานใช้แผ่นพลาสติกหลายชั้นอัดกัน กรองอนุภาคเล็กกว่า ทนทานต่อการอุดตันมากกว่า เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีตะกอนในน้ำมาก

ควรเลือกตาข่ายขนาดกี่ไมครอนสำหรับระบบฉีดน้ำหยด?

สำหรับระบบชลประทานแบบหยด แนะนำให้เลือกตาข่ายขนาด 120 ไมครอน หรือ 120 เมช เพื่อกรองอนุภาคที่ใหญ่กว่ารูหัวฉีดน้ำทั่วไป สำหรับระบบสเปรย์รดน้ำที่รูหัวฉีดใหญ่กว่า สามารถเลือกตาข่ายขนาด 80 ไมครอนได้ตามความเหมาะสม

ควรล้างตัวกรองตาข่ายบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ในการล้างขึ้นอยู่กับคุณภาพของแหล่งน้ำ ถ้าใช้น้ำบาดาลที่สะอาด สามารถล้างทุก 1-2 สัปดาห์ ถ้าใช้น้ำจากแม่น้ำหรือบึงที่มีตะกอนมาก แนะนำให้ล้างทุกวันหรือตั้งค่าการล้างถอยหลังอัตโนมัติตามค่าความดันตกที่เพิ่มขึ้น