ตัวกรองตาข่าย: คู่มือเลือกซื้อฉบับสมบูรณ์ (2026)

ตัวกรองตาข่าย: คู่มือเลือกซื้อฉบับสมบูรณ์ (2026)

คู่มือเลือกตัวกรองตาข่ายสำหรับระบบน้ำชลประทานนี้ อธิบายหลักการทำงาน เกณฑ์เลือกซื้อ และวิธีบำรุงรักษา จากประสบการณ์ 14 ปีของ HJLYGL ผู้ผลิตตัวกรองชั้นนำ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้อง

จุดสำคัญที่ต้องทราบก่อนเลือกซื้อ

  • ตัวกรองตาข่ายเหมาะสำหรับกรองอนุภาคขนาดกลางถึงใหญ่ เป็นอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานที่ช่วยปกป้องหัวฉีดและอีมิเตอร์ในระบบชลประทาน
  • ค่าขนาดตาข่าย (mesh) และไมครอนสัมพันธ์กัน ยิ่งค่า mesh สูงยิ่งกรองอนุภาคเล็กได้ดี แต่ก็ทำให้เกิดการสูญเสียความดันมากขึ้น
  • ควรเลือกวัสดุของตาข่ายเป็นสแตนเลสที่ทนทานต่อการกัดกร่อน เพื่อยืดอายุการใช้งานและลดต้นทุนการบำรุงรักษา
  • สามารถจับคู่ใช้งานร่วมกับตัวกรองประเภทอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกรองสำหรับแหล่งน้ำที่มีสิ่งเจือปนสูง

ตัวกรองตาข่ายคืออะไร และทำงานอย่างไร

ตัวกรองตาข่ายเป็นอุปกรณ์กรองน้ำที่ใช้แผ่นตาข่ายถักทอเป็นตัวกรอง เพื่อดักจับอนุภาคทราย เศษกิ่งไม้ และสิ่งเจือปนอื่นๆ ในน้ำก่อนส่งไปยังส่วนต่างๆ ของระบบชลประทาน เมื่อน้ำไหลผ่านตาข่าย สิ่งเจือปนจะถูกดักไว้ที่ผิวตาข่าย ในขณะที่น้ำสะอาดไหลผ่านไปยังท่อส่งน้ำข้างออก

HJLYGL เป็นผู้ผลิตตัวกรองชลประทานที่มีประสบการณ์การผลิตและส่งออกมากกว่า 14 ปี จำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปยังกว่า 60 ประเทศทั่วโลก เราออกแบบตัวกรองตาข่ายที่ทนทาน ใช้งานได้นาน เหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมเกษตรที่หลากหลาย

วิธีเลือกขนาดตาข่าย (Mesh) และค่าไมครอนให้เหมาะสม

หลักสำคัญที่สุดในการเลือกตัวกรองตาข่ายคือการจับคู่ขนาดรูของตาข่ายกับประเภทของอีมิเตอร์หรือหัวฉีดที่คุณใช้งาน สำหรับอีมิเตอร์ที่มีรูระบายน้ำขนาดเล็ก คุณจะต้องใช้ตาข่ายที่มีจำนวน mesh สูง เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งเจือปนไม่อุดตันทางเดินน้ำ

สำหรับแหล่งน้ำแต่ละประเภท มีเกณฑ์เลือกขนาดตาข่ายที่แตกต่างกัน เช่น น้ำจากสระน้ำที่มีเศษพืชลอยจำนวนมาก ควรใช้ตาข่าย 80-120 mesh ในขณะที่น้ำจากบาดาลที่มีทรายละเอียดปนอยู่ ควรเลือกตาข่าย 120-150 mesh เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

ปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณาเมื่อเลือกซื้อตัวกรองตาข่าย

นอกจากขนาดตาข่ายแล้ว คุณยังต้องคำนวณอัตราการไหลของน้ำในระบบ เพื่อเลือกขนาดตัวกรองที่เหมาะสม ไม่ควรเลือกตัวกรองที่เล็กเกินไป เพราะจะทำให้เกิดการสูญเสียความดันสูง ระบบทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ

หากคุณต้องการระบบกรองที่ทำงานอัตโนมัติและไม่ต้องเสียเวลาล้างตาข่ายด้วยมือ คุณสามารถเลือกใช้ระบบกรองแบบผสมที่มีตัวกรองดิสก์ร่วมด้วย เช่น HJLYGL 3" 4-ยูนิต ระบบกรองดิสก์อัตโนมัติแบบ H-Type ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกรองสำหรับแหล่งน้ำที่มีสิ่งเจือปนสูง

คุณยังควรติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ระบบปลอดภัยมากขึ้น เช่น วาล์วระบายความดัน HJLYGL (2") เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับท่อและตัวกรองเมื่อความดันในระบบสูงเกินไป

วิธีบำรุงรักษาตัวกรองตาข่ายให้ใช้งานได้นาน

การล้างย้อนตัวกรองเป็นขั้นตอนที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อขจัดสิ่งเจือปนที่สะสมอยู่บนผิวตาข่ายออกไป คุณควรตั้งค่าการล้างย้อนตามช่วงเวลาที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับปริมาณสิ่งเจือปนในแหล่งน้ำของคุณ

คุณควรถอดตาข่ายออกมาทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดทุกๆ 1-2 เดือน เพื่อตรวจสอบว่ามีรอยขาดหรือสึกหรอหรือไม่ หากพบว่าตาข่ายมีรอยฉีกขาด ควรเปลี่ยนอะไหล่ทันทีเพื่อไม่ให้สิ่งเจือปนผ่านเข้าไปอุดตันอีมิเตอร์

เมื่อใดที่ควรเลือกใช้ตัวกรองประเภทอื่นแทนตัวกรองตาข่าย

แม้ว่าตัวกรองตาข่ายจะใช้งานได้ดีสำหรับกรองสิ่งเจือปนขนาดกลางถึงใหญ่ แต่หากคุณมีแหล่งน้ำจากแม่น้ำที่มีตะกอนและสารอินทรีย์ละเอียดจำนวนมาก คุณอาจต้องใช้ตัวกรองทรายหรือตัวแยกทรายแบบไซโคลนร่วมด้วย เพื่อให้น้ำสะอาดเพียงพอสำหรับระบบชลประทาน

คุณสามารถเรียกดูรายการผลิตภัณฑ์ตัวกรองชลประทานทุกประเภทของเราได้ที่ หน้ารวมผลิตภัณฑ์ของ HJLYGL เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลและเลือกอุปกรณ์ที่ตรงกับความต้องการใช้งานของคุณมากที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตัวกรองตาข่าย

ตัวกรองตาข่ายกับตัวกรองดิสก์แตกต่างกันอย่างไร

ตัวกรองตาข่ายใช้แผ่นตาข่ายเป็นตัวกรอง เหมาะสำหรับกรองอนุภาคขนาดใหญ่และกลาง ในขณะที่ตัวกรองดิสก์ใช้แผ่นดิสก์หลายชั้นซ้อนกัน สามารถดักจับอนุภาคละเอียดได้ดีกว่า และมักใช้งานร่วมกับตัวกรองตาข่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ตัวกรองตาข่ายต้องใช้แรงดันเท่าไหร่จึงจะทำงานได้ปกติ

ตัวกรองตาข่ายส่วนใหญ่สำหรับระบบชลประทานทำงานได้ดีภายใต้ความดัน 1.5 ถึง 6 บาร์ คุณไม่ควรให้ความดันในระบบตกอยู่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าช่วงที่กำหนด เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพการกรองลดลงหรือทำให้อุปกรณ์เสียหาย

สามารถใช้ตัวกรองตาข่ายกรองน้ำสำหรับระบบสปริงเกลอร์ได้หรือไม่

ได้เลย ตัวกรองตาข่ายเป็นอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานที่นิยมใช้ในระบบสปริงเกลอร์และระบบน้ำหยดทุกประเภท เพื่อปกป้องหัวฉีดไม่ให้อุดตันจากทรายหรือเศษสิ่งเจือปนต่างๆ ที่ปนอยู่ในน้ำ