จุดสำคัญที่ควรทราบ
- การบำรุงรักษาตัวกรองทรายเป็นประจำช่วยลดการสูญเสียแรงดันในระบบชลประทาน และป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกอุดตันหัวฉีดน้ำหรืออีมิตเตอร์
- ขั้นตอนการทำความสะอาดที่ถูกต้องจะยืดอายุการใช้งานของสื่อกรองทรายและตัวเครื่องได้มากกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับการไม่ดูแลเลย
- คุณควรเลือกอุปกรณ์เสริมที่ตรงตามขนาดของระบบ เช่น วาล์วควบคุมที่ทนทานต่อแรงดันสูงสำหรับกระบวนการแบควอช
ทำไมการบำรุงรักษาตัวกรองทรายจึงสำคัญสำหรับระบบชลประทาน
ตัวกรองทรายเป็นอุปกรณ์กรองน้ำหลักที่นิยมใช้กับแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น น้ำบาดาล น้ำจากแม่น้ำ หรือน้ำในสระ ที่มีสิ่งแขวนลอย ตะกอน และสิ่งเจือปนขนาดเล็กมาก ซึ่งตัวกรองประเภทอื่นอาจไม่สามารถกรองได้หมด หากคุณละเลยการทำความสะอาดเป็นเวลานาน สื่อกรองทรายจะอุดตันสะสมสิ่งสกปรก ทำให้แรงดันในระบบลดลงอย่างมาก และน้ำไม่สามารถไหลไปยังพื้นที่เพาะปลูกที่ไกลได้
นอกจากนี้ สิ่งสกปรกที่หลุดผ่านตัวกรองยังอาจอุดตันอีมิตเตอร์หรือหัวฉีดน้ำของคุณ ทำให้การกระจายน้ำไม่สม่ำเสมอ และส่งผลเสียต่อผลผลิตทางการเกษตร LZHS เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์กรองชลประทานที่มีประสบการณ์ 14 ปี ส่งออกไปยังกว่า 60 ประเทศทั่วโลก เราเข้าใจความต้องการของเกษตรกรและผู้ประกอบการระบบชลประทานเป็นอย่างดี
สิ่งที่คุณต้องเตรียมก่อนเริ่มขั้นตอนทำความสะอาด
ก่อนที่คุณจะเริ่มทำความสะอาดตัวกรองทราย คุณต้องปิดระบบจ่ายน้ำหลัก และระบายแรงดันภายในถังตัวกรองให้หมดก่อนเสมอ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากแรงดันน้ำที่สูง คุณควรเตรียมอุปกรณ์ดังต่อไปนี้: ถุงมือยาง กระบอกวัดแรงดันประปา ผ้าสะอาด และชุดประแจสำหรับเปิดฝาถัง นอกจากนี้ เราขอแนะนำให้ติดตั้ง LZHS วาล์วระบายอากาศเร็วรุ่น K (2") ที่จุดสูงสุดของระบบ เพื่อช่วยระบายอากาศและแรงดันออกจากถังได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น
ขั้นตอนการทำความสะอาดตัวกรองทรายทีละขั้นตอนอย่างถูกต้อง
ขั้นตอนหลักของการทำความสะอาดตัวกรองทรายคือกระบวนการแบควอช หรือการให้น้ำไหลย้อนทิศทางผ่านสื่อกรองทราย เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ออกไปสู่ภายนอก คุณสามารถทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ได้ทันที
- ปิดวาล์วทางเข้าและทางออกของตัวกรองทรายทั้งหมด
- เปิดวาล์วระบายน้ำเสียที่ด้านล่างของถัง และเปิดวาล์วน้ำเข้าสำหรับกระบวนการแบควอช
- ปล่อยให้น้ำไหลย้อนผ่านสื่อกรองทรายเป็นเวลา 3 ถึง 5 นาที จนกว่าน้ำที่ไหลออกจากวาล์วระบายจะใสสะอาด ไม่มีตะกอนลอยอยู่
- ปิดวาล์วน้ำแบควอช และเปิดวาล์วน้ำเข้าทิศทางปกติอีกครั้งเพื่อทำการกรองล่วงหน้า 1 ถึง 2 นาที ก่อนที่จะเปิดวาล์วทางออกสู่ระบบชลประทาน
เพื่อให้การควบคุมทิศทางน้ำแบควอชทำได้ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น เราขอแนะนำให้ใช้ LZHS วาล์วสองตำแหน่งสามทางขนาด 2 นิ้ว ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับระบบกรองชลประทาน ช่วยลดขั้นตอนการเปิดปิดวาล์วหลายตัว และลดความผิดพลาดจากการทำงานด้วยมือ
สัญญาณที่บอกว่าคุณต้องเปลี่ยนสื่อกรองทรายใหม่
แม้ว่าคุณจะทำการแบควอชเป็นประจำทุกสัปดาห์ แต่สื่อกรองทรายก็มีอายุการใช้งานที่จำกัด คุณสังเกตเห็นว่าหลังจากกระบวนการแบควอชเสร็จสิ้นแล้ว ค่าแรงดันตกค้างข้ามตัวกรองยังสูงกว่าค่าปกติมาก หรือน้ำที่ผ่านตัวกรองยังมีสิ่งสกปรกลอยอยู่ แสดงว่าสื่อกรองทรายของคุณเสื่อมสภาพแล้ว คุณควรถ่ายทรายเก่าทั้งหมดออก ล้างถังด้วยน้ำสะอาด แล้วใส่สื่อกรองทรายใหม่ที่มีเกรดไมครอนตรงตามความต้องการของระบบของคุณ สำหรับผู้ใช้ที่มีแหล่งน้ำที่มีตะกอนมาก เราแนะนำให้เช็คสภาพสื่อกรองทุกๆ 3 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าประสิทธิภาพการกรองยังคงดีอยู่
เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อยืดอายุการใช้งานของตัวกรองทราย
นอกจากการทำความสะอาดตามกำหนดเวลาแล้ว คุณยังสามารถติดตั้งตัวกรองประเภทอื่นเป็นขั้นต้นก่อนตัวกรองทราย เช่น ตัวแยกทรายไซโคลน หรือตัวกรองสกรีน เพื่อกรองสิ่งสกปรกขนาดใหญ่ออกก่อน ทำให้ภาระงานของตัวกรองทรายลดลง และคุณไม่ต้องทำการแบควอชบ่อยเกินไป คุณสามารถเรียนรู้เทคนิคการดูแลระบบกรองชลประทานเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์รวมข่าวสารและคำแนะนำจาก LZHS ที่เราอัปเดตเนื้อหาเกี่ยวกับอุปกรณ์ชลประทานและการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการบำรุงรักษาตัวกรองทราย
ควรทำความสะอาดตัวกรองทรายบ่อยแค่ไหน?
ความถี่ในการทำความสะอาดขึ้นอยู่กับคุณภาพของแหล่งน้ำที่คุณใช้ หากเป็นน้ำจากสระหรือแม่น้ำที่มีสิ่งแขวนลอยมาก คุณควรทำการแบควอชทุกครั้งที่แรงดันตกข้ามตัวกรองเพิ่มขึ้น 0.5 บาร์จากค่าปกติ สำหรับน้ำบาดาลที่ค่อนข้างสะอาด สามารถทำความสะอาดทุก 1 ถึง 2 สัปดาห์ได้
สามารถใช้น้ำประเภทไหนในการแบควอชตัวกรองทรายได้บ้าง?
คุณสามารถใช้น้ำสะอาดจากแหล่งจ่ายน้ำของระบบเอง หรือน้ำที่ผ่านการกรองแล้วจากถังเก็บน้ำเพื่อกระบวนการแบควอชได้ ไม่แนะนำให้ใช้น้ำที่มีสิ่งสกปรกมาก เพราะจะทำให้สิ่งเจือปนอุดตันรูพรุนของสื่อกรองทรายมากขึ้น
ตัวกรองทรายสามารถกรองสิ่งสกปรกขนาดเล็กที่สุดได้เท่าใด?
ขึ้นอยู่กับเกรดของสื่อกรองทรายที่คุณเลือก โดยทั่วไปสื่อกรองทรายเกรดมาตรฐานสามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กถึง 20 ไมครอน ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าตาข่ายกรองขนาด 80 เมช ทำให้ปกป้องอีมิตเตอร์ที่มีรูเปิดเล็กมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
