ประเด็นสำคัญที่ควรทราบก่อนใช้ไฮโดรไซโคลน
- ไฮโดรไซโคลนไม่ต้องใช้สื่อกรองหรือตาข่าย อาศัยแรงเหวี่ยงเพื่อแยกอนุภาคทรายและตะกอนหนักออกจากน้ำดิบ
- เหมาะกับน้ำที่มาจากบาดาล แม่น้ำ หรือสระน้ำที่มีปริมาณทรายสูง ใช้เป็นตัวกรองขั้นต้นก่อนส่งเข้าอุปกรณ์กรองอื่น
- ช่วยลดความเสี่ยงตันของหัวปล่อยน้ำในระบบน้ำหยดและน้ำพ่น ลดการสูญเสียผลผลิตจากการอุดตันของระบบชลประทาน
- LZHS มีประสบการณ์ผลิตและส่งออกตัวกรองชลประทานรวมถึงไฮโดรไซโคลนมากกว่า 14 ปี ให้บริการลูกค้าในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก
ไฮโดรไซโคลนคืออะไร ใช้ทำอะไรในระบบชลประทาน
ไฮโดรไซโคลน หรือที่เรียกอีกชื่อว่าตัวแยกทรายแบบแรงเหวี่ยง เป็นอุปกรณ์กรองน้ำขั้นต้นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบชลประทานทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นระบบน้ำหยด ระบบน้ำพ่นสำหรับไร่สวนผลไม้ หรือระบบจ่ายน้ำสำหรับฟาร์มเกษตรขนาดใหญ่ อุปกรณ์นี้ออกแบบมาเพื่อกำจัดอนุภาคที่มีน้ำหนักมากกว่าน้ำ เช่น ทราย หินเล็ก และตะกอนหนัก ที่ปะปนอยู่ในน้ำดิบจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมไม่ใช้ตัวกรองแบบตาข่ายหรือตัวกรองสื่อกรองทรายตั้งแต่ขั้นตอนแรก หากน้ำที่ใช้มีปริมาณทรายสูงมาก การส่งน้ำเข้าตัวกรองขั้นสุดท้ายโดยตรงจะทำให้ตาข่ายอุดตันเร็วขึ้น ส่งผลให้ต้องทำแบกวอช์ (ล้างย้อน) บ่อยขึ้น เสียเวลาและสิ้นเปลืองน้ำมากขึ้นด้วย
หลักการทำงานของไฮโดรไซโคลนแบบละเอียด เข้าใจง่าย
หลักการทำงานของไฮโดรไซโคลนอาศัยแรงเหวี่ยงเป็นหลัก ไม่มีส่วนเคลื่อนที่ภายใน ทำให้อุปกรณ์นี้มีความทนทานสูง เกิดปัญหาได้น้อยมาก เมื่อน้ำดิบถูกส่งเข้าสู่ทรงกระบอกส่วนบนของไฮโดรไซโคลนด้วยความดันที่กำหนด น้ำจะไหลวนเป็นวงโคจรในทิศทางลงด้านล่าง
อนุภาคทรายและตะกอนที่มีน้ำหนักมากจะถูกแรงเหวี่ยงดันไปติดกับผนังภายในของตัวเครื่อง แล้วไหลลงสู่ส่วนกักเก็บตะกอนที่ด้านล่าง ในขณะที่น้ำสะอาดที่ไม่มีอนุภาคหนักจะถูกผลักขึ้นด้านบนตามแกนกลาง แล้วไหลออกไปทางช่องส่งน้ำสะอาดที่ด้านบนของตัวเครื่อง เพื่อส่งไปยังขั้นตอนการกรองถัดไป
ระบบการทำงานนี้ไม่ก่อให้เกิดการสูญเสียความดันมากนัก เมื่อเทียบกับตัวกรองประเภทอื่น ทำให้ไม่ต้องติดตั้งปั๊มน้ำเพิ่มเติมในกรณีส่วนใหญ่ หากคุณต้องการอุปกรณ์จ่ายปุ๋ยน้ำเข้าระบบชลประทานร่วมกับชุดตัวกรองทั้งหมด เราแนะนำ หัวฉีดปุ๋ยเวนทูริ LZHS ขนาด 2 นิ้ว รุ่นใหม่ ที่ทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น
ข้อดีของการใช้ไฮโดรไซโคลนในระบบชลประทาน
ข้อดีแรกที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ไม่ต้องใช้สื่อกรองหรือตาข่ายใดๆ ภายใน ทำให้ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอะไหล่สิ้นเปลืองตามระยะเวลา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแหล่งน้ำที่มีทรายมาก เช่น น้ำบาดาล น้ำจากแม่น้ำ หรือน้ำจากสระน้ำที่มีตะกอนหนักปะปนอยู่
นอกจากนี้ ไฮโดรไซโคลนยังสามารถกรองอนุภาคที่มีขนาดตั้งแต่ 75 ไมครอนขึ้นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเทียบเท่ากับตาข่ายกรองขนาด 200 เมช ทำให้ช่วยลดภาระงานของตัวกรองแผ่นดิสก์หรือตัวกรองตาข่ายในขั้นตอนถัดไปได้มาก หากคุณกำลังมองหาท่อหลักสำหรับติดตั้งชุดตัวกรองขนาดใหญ่ ท่อหลักขนาด 4 นิ้ว ของ LZHS เป็นอีกตัวเลือกที่ทนทานต่อแรงดันสูง
เคล็ดลับการเลือกใช้และดูแลรักษาไฮโดรไซโคลนให้มีอายุการใช้งานยาวนาน
สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาเมื่อเลือกซื้อไฮโดรไซโคลนคือ อัตราการไหลของน้ำที่ระบบของคุณต้องการใช้งาน หากเลือกขนาดเล็กเกินไป จะไม่สามารถสร้างแรงเหวี่ยงที่เพียงพอสำหรับแยกทรายออกได้ ทำให้ประสิทธิภาพการกรองลดลง
สำหรับการดูแลรักษา คุณเพียงแค่เปิดวาล์วที่ส่วนกักเก็บตะกอนด้านล่างเป็นระยะ เพื่อปล่อยทรายและตะกอนที่สะสมอยู่ออกจากตัวเครื่อง ความถี่ในการปล่อยตะกอนขึ้นอยู่กับปริมาณทรายในน้ำของคุณ สามารถตั้งค่าให้เปิดปิดอัตโนมัติได้ตามความเหมาะสม
คุณสามารถเรียนรู้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกชุดตัวกรองชลประทานที่เหมาะสมสำหรับไร่สวนของคุณได้ที่ ศูนย์รวมข่าวและความรู้เกี่ยวกับชลประทานของ LZHS ที่มีเนื้อหาอัปเดตใหม่เสมอ
ไฮโดรไซโคลนเหมาะกับใครและไม่เหมาะกับใคร
อุปกรณ์นี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรที่ใช้น้ำจากบาดาลเป็นหลัก หรือผู้ที่มีแหล่งน้ำจากแม่น้ำที่มีปริมาณตะกอนสูงในช่วงฤดูฝน เพื่อใช้เป็นตัวกรองขั้นต้นก่อนส่งน้ำเข้าตัวกรองประเภทอื่น เพื่อยืดอายุการใช้งานของตัวกรองทั้งหมด และปกป้องหัวปล่อยน้ำในระบบชลประทานไม่ให้อุดตัน
อย่างไรก็ตาม ไฮโดรไซโคลนไม่สามารถกรองอนุภาคที่มีน้ำหนักเบา เช่น เศษพืช ผงสาหร่าย หรือตะกอนเนื้อละเอียดที่มีขนาดเล็กกว่า 75 ไมครอนได้ ดังนั้นจึงต้องนำไปใช้ร่วมกับตัวกรองประเภทอื่นในขั้นตอนถัดไปเสมอ เพื่อให้ได้น้ำสะอาดตามมาตรฐานที่ระบบชลประทานต้องการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไฮโดรไซโคลน
ไฮโดรไซโคลนต้องทำแบกวอช์ (ล้างย้อน) บ่อยแค่ไหน?
ไฮโดรไซโคลนไม่จำเป็นต้องทำการล้างย้อนเหมือนตัวกรองสื่อกรองทรายหรือตัวกรองแผ่นดิสก์ คุณเพียงแค่เปิดวาล์วปล่อยตะกอนที่ด้านล่างเป็นระยะ เพื่อขับทรายที่สะสมอยู่ออกจากส่วนกักเก็บ ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น
ไฮโดรไซโคลนสามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กที่สุดได้กี่ไมครอน?
โดยทั่วไป ไฮโดรไซโคลนมาตรฐานสามารถแยกอนุภาคทรายที่มีขนาดใหญ่กว่า 75 ไมครอนได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเพียงพอสำหรับกำจัดทรายทั้งหมดที่ปะปนอยู่ในน้ำบาดาลส่วนใหญ่ หากต้องการกรองอนุภาคละเอียดกว่านั้น แนะนำให้ใช้ร่วมกับตัวกรองแผ่นดิสก์หรือตัวกรองตาข่ายในขั้นตอนถัดไป
ไฮโดรไซโคลนทำให้ความดันของน้ำในระบบลดลงมากน้อยแค่ไหน?
ไฮโดรไซโคลนที่ออกแบบมาอย่างถูกต้องจะทำให้ความดันน้ำสูญเสียเพียง 0.1 ถึง 0.3 บาร์เท่านั้น ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบชลประทานทั่วไปเลย ไม่จำเป็นต้องติดตั้งปั๊มน้ำเพิ่มเติมในกรณีส่วนใหญ่
