จุดสำคัญที่ควรทราบก่อนเลือกซื้อ
- ตัวกรองตาข่ายแบบทำด้วยมือเหมาะกับฟาร์มขนาดเล็ก ใช้งบประมาณต่ำ ส่วนแบบอัตโนมัติเหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ต้องการลดการใช้แรงงานคน
- ขนาดตาข่ายหน่วยไมครอนที่เลือกต้องสอดคล้องกับแหล่งน้ำที่ใช้ เช่น น้ำบ่อหรือน้ำสระเปิดต้องกรองอนุภาคทรายก่อนเข้าสู่ระบบชลประทาน
- การเลือกประเภทตัวกรองที่ถูกต้องจะช่วยลดการอุดตันของหัวฉีดน้ำหยด ยืดอายุการใช้งานของทั้งระบบ ประหยัดต้นทุนในระยะยาว
ตัวกรองตาข่ายแบบทำด้วยมือ ทำงานอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง
ตัวกรองตาข่ายแบบทำด้วยมือเป็นอุปกรณ์กรองน้ำชลประทานพื้นฐานที่มีโครงสร้างเรียบง่าย ใช้ตาข่ายสแตนเลสหรือพลาสติกคุณภาพสูงเป็นส่วนกรองดักจับอนุภาคตะกอน ทราย และเศษพืชที่ลอยอยู่ในน้ำ เมื่อแรงดันภายในตัวกรองสูงขึ้นเกินค่าที่กำหนด ผู้ใช้จะต้องถอดชิ้นส่วนตัวกรองออกมาล้างด้วยน้ำสะอาดด้วยตัวเอง
ข้อดีหลักของตัวกรองประเภทนี้คือ ราคาถูก ติดตั้งง่าย ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า เหมาะกับฟาร์มขนาดเล็กที่มีพื้นที่เพาะปลูกไม่มาก มีแหล่งน้ำที่มีสิ่งเจือปนน้อย เช่น น้ำประปา หรือน้ำบ่อที่ผ่านการกรองขั้นต้นแล้ว แต่ข้อเสียคือคุณต้องใช้เวลาดูแลและถอดล้างบ่อย หากลืมล้างอาจทำให้แรงดันในระบบลดลง น้ำไม่ไหลไปยังหัวฉีดอย่างสม่ำเสมอ
ตัวกรองตาข่ายแบบอัตโนมัติ ระบบล้างย้อนอัตโนมัติที่ช่วยประหยัดแรงงาน
ตัวกรองตาข่ายแบบอัตโนมัติของ LZHS ใช้ระบบวัดแรงดันติดตั้งอยู่ภายใน เมื่อความแตกต่างของแรงดันระหว่างด้านเข้าและด้านออกของน้ำถึงค่าที่ตั้งไว้ ระบบจะทำการล้างย้อนด้วยน้ำสะอาดโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีคนมาดูแลตลอดเวลา กระบวนการล้างย้อนใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ไม่ต้องหยุดจ่ายน้ำให้กับพืชในฟาร์ม
สำหรับฟาร์มที่ใช้แหล่งน้ำจากแม่น้ำ หรือสระน้ำเปิดที่มีสิ่งเจือปนเยอะ แนะนำให้ติดตั้ง ตัวกรองทรายล้างย้อนอัตโนมัติ เป็นขั้นตอนแรกก่อนเข้าสู่ตัวกรองตาข่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกรองทั้งระบบ ลดความถี่ในการล้างย้อนของตัวกรองตาข่าย
ปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณาเพื่อเลือกประเภทตัวกรองให้เหมาะกับฟาร์มของคุณ
ปัจจัยแรกคือขนาดพื้นที่เพาะปลูก ถ้าคุณมีฟาร์มขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไร่ มีแรงงานคนเพียงพอที่จะดูแลตัวกรองทุกวัน ตัวกรองแบบทำด้วยมือก็ตอบโจทย์การใช้งานได้ดี แต่ถ้าฟาร์มของคุณมีพื้นที่มากกว่า 50 ไร่ การเลือกตัวกรองแบบอัตโนมัติจะช่วยประหยัดเวลาและแรงงานคนได้มาก ไม่ต้องกังวลเรื่องการลืมล้างตัวกรอง
ปัจจัยที่สองคือประเภทแหล่งน้ำที่ใช้ ถ้าเป็นน้ำสระเปิดที่มีเศษใบไม้ ตะกอนเยอะ การกรองด้วยตาข่ายแบบทำด้วยมือจะต้องถอดล้างบ่อยมาก ทำให้เสียเวลา ส่วนแบบอัตโนมัติจะจัดการปัญหานี้ได้ดีกว่า โดยระบบจะล้างย้อนเองตามค่าความแตกต่างของแรงดันที่ตั้งไว้ล่วงหน้า
ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ตัวกรองประเภทไหน เราขอแนะนำให้ติดตั้ง วาล์วทำลายสุญญากาศ บนท่อจ่ายน้ำหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสุญญากาศภายในท่อที่อาจทำให้อนุภาคสิ่งสกปรกกลับเข้าไปอุดตันหัวฉีดน้ำหยดได้หลังจากปิดระบบสูบน้ำ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกตัวกรองตาข่ายสำหรับระบบชลประทาน
ข้อผิดพลาดที่หลายคนทำคือเลือกขนาดไมครอนของตาข่ายที่ใหญ่เกินไป ทำให้อนุภาคเล็กๆ ผ่านเข้าไปอุดตันหัวฉีด ทำให้ระบบน้ำหยดทำงานไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้พืชได้รับน้ำไม่ทั่วถึง ผลผลิตลดลง ในทางกลับกัน ถ้าเลือกขนาดไมครอนเล็กเกินไปก็จะทำให้แรงดันสูญเสียมากเกินไป ระบบสูบน้ำต้องทำงานหนักขึ้น สิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้นโดยไม่จำเป็น
ทีมวิศวกรของ LZHS ที่มีประสบการณ์ 14 ปีในการผลิตและส่งออกอุปกรณ์กรองน้ำชลประทานไปกว่า 60 ประเทศทั่วโลก พร้อมให้คำปรึกษาเลือกขนาดตัวกรองและค่าความละเอียดตาข่ายที่เหมาะสมกับความต้องการใช้งานของคุณ คุณสามารถติดตามข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการดูแลระบบชลประทานเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์รวมข่าวสารและความรู้เกี่ยวกับระบบกรองน้ำ ของเรา
สรุปวิธีตัดสินใจเลือกตัวกรองที่เหมาะสม
ถ้าคุณมีฟาร์มขนาดเล็ก งบประมาณจำกัด แหล่งน้ำมีสิ่งเจือปนน้อย ตัวกรองตาข่ายแบบทำด้วยมือคือตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุด แต่ถ้าคุณมีฟาร์มขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ไม่มีเวลาดูแลตัวกรองบ่อย ต้องการให้ระบบทำงานต่อเนื่องไม่มีปัญหา ตัวกรองตาข่ายแบบอัตโนมัติจะคุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาวอย่างแน่นอน
คำถามที่พบบ่อย
ตัวกรองตาข่ายแบบอัตโนมัติต้องใช้ไฟฟ้าหรือไม่
ส่วนใหญ่รุ่นมาตรฐานของ LZHS ใช้ไฟฟ้า 220V สำหรับขับวาล์วล้างย้อน แต่เรายังมีรุ่นที่ทำงานด้วยแรงดันน้ำโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้าให้เลือกใช้สำหรับพื้นที่ฟาร์มที่ไม่มีระบบไฟฟ้าครอบคลุม
ควรเลือกขนาดไมครอนของตาข่ายสำหรับระบบน้ำหยดเท่าไหร่
สำหรับระบบน้ำหยดทั่วไปที่มีรูฉีดขนาด 1 มิลลิเมตรขึ้นไป แนะนำให้เลือกตาข่ายขนาด 120 ไมครอน เพื่อดักจับอนุภาคที่ใหญ่กว่ารูฉีดได้ทั้งหมด ป้องกันการอุดตันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวกรองตาข่ายแบบทำด้วยมือสามารถอัปเกรดเป็นแบบอัตโนมัติได้หรือไม่
ได้ หากตัวกรองเดิมของคุณมีขนาดท่อรองรับ คุณสามารถติดตั้งชุดควบคุมอัตโนมัติและวาล์วล้างย้อนเพิ่มเติมได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวกรองทั้งชิ้น ช่วยประหยัดต้นทุนการอัปเกรดได้ดี