ข้อสรุปสำคัญ
- ราคาตัวกรองตาข่ายปี 2026 มีช่วงราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับขนาดและคุณสมบัติของอุปกรณ์
- การเลือกขนาดตาข่ายที่เหมาะสมสัมพันธ์กับค่าไมครอน จะช่วยลดการสูญเสียแรงดันและยืดอายุการใช้งานระบบชลประทาน
- ตัวกรองตาข่ายที่มีระบบล้างกลับอัตโนมัติช่วยลดต้นทุนการบำรุงรักษาระยะยาวสำหรับฟาร์มขนาดใหญ่
- LZHS ผู้ผลิตที่มีประสบการณ์ 14 ปี ให้บริการออกแบบระบบกรองน้ำที่ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากกว่า 60 ประเทศ
ทำความรู้จักตัวกรองตาข่ายสำหรับระบบชลประทาน
ตัวกรองตาข่ายเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบชลประทานทุกประเภท ทำหน้าที่ดักจับอนุภาคแข็งในน้ำ เช่น ดิน ทราย เศษพืช และสิ่งเจือปนอื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้หัวจ่ายน้ำแบบหยดหรือหัวฉีดน้ำอุดตันก่อนถึงจุดที่ส่งผลกระทบต่อการให้น้ำแก่พืช
ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนตาข่ายและค่าไมครอนเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจ ยิ่งจำนวนตาข่ายต่อพื้นที่หนึ่งตารางนิ้วสูงเท่าใด รูตาข่ายก็จะยิ่งละเอียด สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กได้มากขึ้น แต่ถ้าเลือกละเอียดเกินความจำเป็นก็จะทำให้เกิดการสูญเสียแรงดันในระบบสูงเกินไป ทำให้ประสิทธิภาพการให้น้ำลดลง
ตัวกรองตาข่ายสามารถใช้งานร่วมกับแหล่งน้ำทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นน้ำบาดาล น้ำแม่น้ำ หรือน้ำจากสระเก็บกักน้ำ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่นสำหรับเกษตรกรทุกขนาดฟาร์ม เมื่อคุณติดตั้งตัวกรองตาข่าย ควรจับคู่กับ LZHS วาล์วระบายแรงดัน ขนาด 3 นิ้ว เพื่อป้องกันความเสียหายจากแรงดันในระบบที่สูงเกินไปอย่างไม่คาดคิด
ช่วงราคาตัวกรองตาข่ายในตลาดปี 2026
ในปี 2026 ราคาตัวกรองตาข่ายในตลาดไทยมีการปรับตัวตามต้นทุนวัตถุดิบและเทคโนโลยีการผลิต โดยแบ่งช่วงราคาออกตามประเภทการใช้งานอย่างชัดเจน ตัวกรองตาข่ายประเภทพลาสติกเกรดทั่วไป ขนาด 1 นิ้ว สำหรับฟาร์มขนาดเล็ก ราคาอยู่ในช่วง 300 ถึง 800 บาท
ส่วนรุ่นที่ทำจากวัสดุสแตนเลส ขนาด 2 ถึง 3 นิ้ว สำหรับฟาร์มขนาดกลางที่มีพื้นที่ 5 ถึง 20 ไร่ ราคาอยู่ที่ 1,500 ถึง 5,000 บาท ส่วนรุ่นขนาดใหญ่ที่มีระบบล้างกลับอัตโนมัติ รองรับอัตราการไหลสูงสำหรับฟาร์มขนาดใหญ่ ราคาสามารถถึง 10,000 บาทขึ้นไปตามขนาดที่คุณเลือก
ปัจจัยหลักที่กำหนดต้นทุนของตัวกรองตาข่าย
วัสดุที่ใช้ผลิต
วัสดุเป็นปัจจัยแรกที่ส่งผลต่อราคามากที่สุด ตัวกรองทำจากพลาสติกเกรดทั่วไปมีต้นทุนต่ำที่สุด แต่มีอายุการใช้งานประมาณ 2 ถึง 3 ปี ส่วนรุ่นที่ทำจากสแตนเลส 304 หรือ 316 มีความทนทานต่อการกัดกร่อน ใช้งานได้นาน 5 ถึง 10 ปี ทำให้ราคาสูงกว่ารุ่นพลาสติกประมาณ 2 ถึง 3 เท่า
ขนาดและอัตราการไหลของน้ำ
ยิ่งขนาดท่อเชื่อมต่อของตัวกรองใหญ่ อัตราการไหลของน้ำที่รองรับได้สูง ราคาก็จะสูงขึ้นตาม คุณต้องเลือกขนาดให้สัมพันธ์กับอัตราการไหลของปั๊มน้ำของคุณ เพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันบ่อยเกินไป นอกจากนี้ การติดตั้ง LZHS วาล์วทำลายสุญญากาศ รุ่น 1 นิ้ว A11 จะช่วยป้องกันไม่ให้อนุภาคต่างๆ ดูดกลับเข้าไปในระบบท่อเมื่อปิดปั๊มน้ำ
คุณสมบัติพิเศษและระบบทำงาน
ตัวกรองรุ่นธรรมดาที่ต้องถอดตาข่ายออกมาทำความสะอาดด้วยมือ มีต้นทุนต่ำ แต่ต้องใช้แรงงานและเวลาบำรุงรักษามาก ส่วนรุ่นที่มีระบบล้างกลับอัตโนมัติ สามารถทำความสะอาดตาข่ายโดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วนออก ช่วยประหยัดเวลาการทำงาน ทำให้ราคาสูงกว่ารุ่นธรรมดา 2 ถึง 4 เท่า
เคล็ดลับเลือกตัวกรองตาข่ายให้คุ้มค่ากับต้นทุน
ก่อนตัดสินใจซื้อ คุณควรประเมินชนิดของแหล่งน้ำของคุณก่อน ถ้าคุณใช้น้ำจากสระเก็บกักที่มีเศษพืชและตะกอนเยอะ ควรเลือกตาข่ายขนาด 80 ถึง 120 เมช ส่วนถ้าใช้น้ำบาดาลที่มีทรายปนอยู่ ควรเลือกค่าไมครอนที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียแรงดันในระบบมากเกินไป
ไม่แนะนำให้เลือกตาข่ายละเอียดเกินความจำเป็น เพราะจะทำให้ต้องบำรุงรักษาบ่อย และทำให้ต้นทุนการใช้งานระยะยาวสูงขึ้นกว่าที่ควร คุณสามารถออกแบบระบบกรองหลายขั้นตอน เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของตัวกรองตาข่ายหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำไมตัวกรองตาข่ายจาก LZHS จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในปี 2026
LZHS เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์กรองน้ำระบบชลประทานที่มีประสบการณ์การผลิตและส่งออกมากกว่า 14 ปี ให้บริการลูกค้าในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก เรามีสินค้าตัวกรองหลายประเภท ตั้งแต่ตัวกรองแผ่นจาน ตัวกรองทราย ไปจนถึงตัวแยกทรายแบบไซโคลน และตัวกรองรูปทรง Y และ T เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของระบบชลประทาน คุณสามารถเข้าชมรายการสินค้าทั้งหมดได้ที่ หน้ารวมสินค้าอุปกรณ์ชลประทานของ LZHS
คำถามที่พบบ่อย
ใช้เวลานานแค่ไหนในการคืนต้นทุนของตัวกรองตาข่าย
สำหรับฟาร์มขนาดกลาง โดยทั่วไปจะคืนต้นทุนภายใน 1 ถึง 2 ปี เนื่องจากช่วยลดความเสียหายของหัวจ่ายน้ำแบบหยด ลดเวลาที่ใช้ในการล้างระบบ และเพิ่มผลผลิตของพืชได้อย่างชัดเจน
ตัวกรองตาข่ายสามารถใช้คู่กับตัวกรองประเภทอื่นได้หรือไม่
ได้เลย ระบบชลประทานส่วนใหญ่นิยมติดตั้งตัวกรองไซโคลนแยกทรายก่อน แล้วตามด้วยตัวกรองตาข่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกรองและลดความถี่ในการล้างตาข่าย ทำให้ระบบทำงานได้เสถียรมากขึ้น
ควรเปลี่ยนตาข่ายกรองบ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปถ้าดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ตาข่ายสแตนเลสสามารถใช้งานได้ 3 ถึง 5 ปี ส่วนตาข่ายพลาสติกควรเปลี่ยนทุกๆ 1 ถึง 2 ปี เพื่อรักษาประสิทธิภาพการกรองให้ดีอยู่เสมอ และป้องกันไม่ให้อนุภาคเล็กๆ หลุดผ่านไปอุดตันหัวจ่ายน้ำของคุณ