จุดสำคัญที่ต้องทราบก่อนเลือกซื้อ
- ตัวกรองทรายเหมาะสำหรับกรองอนุภาคขนาดใหญ่จากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ สระน้ำ และบาดาล ก่อนส่งไปยังตัวกรองขั้นตอนถัดไป
- คุณต้องพิจารณาอัตราการไหลของระบบ ความดันทำงาน และชนิดของอนุภาคในน้ำก่อนตัดสินใจซื้อ
- การล้างย้อนกลับเป็นฟังก์ชันสำคัญที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของสื่อกรองทราย โดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วนออกมาทำความสะอาดบ่อย
- ตัวกรองทรายที่ติดตั้งคู่กับอุปกรณ์กรองประเภทอื่นจะให้ประสิทธิภาพการกรองสูงสุดสำหรับระบบชลประทานทุกขนาด
ทำไมต้องใช้ตัวกรองทรายสำหรับระบบชลประทาน
ระบบชลประทานสมัยใหม่ไม่ว่าจะเป็นแบบหยดน้ำ หรือแบบสเปรย์ มีหัวฉีดที่มีรูขนาดเล็กมาก ซึ่งง่ายต่อการอุดตันจากตะกอน ทราย และเศษอินทรีย์ในน้ำ ตัวกรองทรายทำหน้าที่กรองอนุภาคที่มีขนาดเล็กถึง 20 ไมครอน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงการอุดตันได้มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และยังช่วยลดภาระการทำงานของตัวกรองประเภทแผ่นจาน และตัวกรองตะแกรงในขั้นตอนถัดไป
สำหรับผู้ที่ใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติที่ไม่ได้ผ่านการประมวลผลเบื้องต้น ตัวกรองทรายถือเป็นอุปกรณ์ป้องกันชั้นแรกที่จำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระบบชลประทานในระยะยาวได้อย่างมาก
ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกซื้อตัวกรองทราย
เมื่อคุณตัดสินใจซื้อตัวกรองทราย คุณไม่ควรเลือกเพียงแค่ขนาดที่ตรงกับท่อเข้า แต่ต้องพิจารณาปัจจัยหลายประการเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด
อัตราการไหลและความดันทำงาน
อัตราการไหลของระบบชลประทานของคุณเป็นตัวกำหนดขนาดของถังกรองทราย หากคุณเลือกขนาดที่เล็กเกินไป จะทำให้เกิดการสูญเสียความดันมากเกินไป ระบบไม่สามารถจ่ายน้ำไปยังหัวฉีดทุกจุดได้ตามปกติ ในทางกลับกัน หากเลือกขนาดที่ใหญ่เกินไป จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ความเหมาะสมกับแหล่งน้ำที่ใช้
หากคุณใช้น้ำจากสระน้ำที่มีเศษใบไม้และสาหร่ายผสมอยู่มาก คุณควรเลือกรุ่นที่มีปริมาณสื่อกรองทรายที่มากพอสำหรับกักเก็บอนุภาคสกปรกได้มาก ในขณะที่น้ำบาดาลที่มีทรายปะปนอยู่ คุณสามารถติดตั้งคู่กับLZHS ตัวกรองแบบเหวี่ยงพลาสติก (3"/4") เพื่อกำจัดทรายขนาดใหญ่ออกก่อนเข้าสู่ถังกรองทราย
ฟังก์ชันการล้างย้อนกลับ
ตัวกรองทรายที่ดีควรมีระบบล้างย้อนกลับอัตโนมัติที่ทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อความดันตกแตกต่างกันถึงค่าที่กำหนด ซึ่งช่วยประหยัดแรงงานในการบำรุงรักษาเป็นอย่างมาก
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกซื้อตัวกรองทราย
ผู้ใช้หลายคนมักทำผิดพลาดโดยเลือกซื้อตัวกรองทรายราคาถูกที่ไม่มีระบบควบคุมความดันที่แม่นยำ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายกับถังกรองเมื่อเกิดความดันเกินกำหนด นอกจากนี้ หลายคนยังลืมติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่สำคัญ เช่น LZHS วาล์วระบายอากาศขนาดเล็ก (3/4" A12) เพื่อระบายอากาศในถังกรอง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกรองและลดการสูญเสียความดัน
อีกข้อผิดพลาดหนึ่งคือการเลือกขนาดสื่อกรองทรายที่ไม่เหมาะสมกับอนุภาคในน้ำ หากทรายมีขนาดหยาบเกินไป จะไม่สามารถกรองอนุภาคเล็กๆ ได้ ในขณะที่ถ้าละเอียดเกินไป จะทำให้เกิดการอุดตันเร็วและต้องล้างย้อนบ่อยกว่าปกติ
เคล็ดลับบำรุงรักษาตัวกรองทรายเพื่อยืดอายุการใช้งาน
เพื่อให้ตัวกรองทรายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน คุณควรตั้งค่าระบบล้างย้อนกลับให้ทำงานเป็นระยะตามความสกปรกของน้ำ โดยทั่วไปควรทำการล้างย้อนนาน 2 ถึง 3 นาที ทุกครั้งที่ความดันตกแตกต่างกันถึง 0.2 บาร์ นอกจากนี้ คุณควรตรวจสอบสื่อกรองทรายอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี เพื่อเติมทรายหรือเปลี่ยนทรายใหม่เมื่อพบว่าทรายแตกเป็นชิ้นเล็กๆ
ทำไมตัวกรองทรายของ LZHS ถึงได้รับความนิยมในกว่า 60 ประเทศ
LZHS เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์กรองน้ำชลประทานที่มีประสบการณ์การผลิตและส่งออกมากกว่า 14 ปี เรามีผลิตภัณฑ์กรองน้ำครบทุกประเภท ตั้งแต่ตัวกรองทราย ตัวกรองแผ่นจาน ตัวกรองตะแกรง ไปจนถึงตัวกรองประเภทวายและที เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกชุดระบบกรองที่เหมาะกับความต้องการของตนเองที่สุด คุณสามารถเข้าชมแคตตาล็อกผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของเรา เพื่อดูรายละเอียดสินค้าและข้อมูลจำเพาะเพิ่มเติมได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
ตัวกรองทรายสามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กที่สุดได้เท่าใด
โดยทั่วไปตัวกรองทรายที่ใช้สื่อกรองที่มีขนาดอนุภาคมาตรฐาน สามารถกรองอนุภาคได้เล็กถึง 20 ไมครอน ซึ่งเพียงพอสำหรับการกำจัดทราย ตะกอน และเศษอินทรีย์ส่วนใหญ่ก่อนส่งไปยังตัวกรองขั้นตอนที่สองที่มีความละเอียดสูงกว่า
ต้องเปลี่ยนทรายในถังกรองบ่อยแค่ไหน
หากคุณทำการล้างย้อนกลับเป็นประจำตามคำแนะนำ ทรายในถังกรองสามารถใช้งานได้นาน 3 ถึง 5 ปี ก่อนที่จะต้องทำการเปลี่ยนใหม่ แต่คุณควรตรวจสอบสภาพของทรายทุกปีเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีทรายแตกเป็นผงจำนวนมาก
สามารถติดตั้งตัวกรองทรายกับระบบชลประทานขนาดเล็กสำหรับสวนบ้านได้หรือไม่
ได้เลย ปัจจุบันมีตัวกรองทรายขนาดเล็กที่ออกแบบมาสำหรับระบบชลประทานสวนผัก สวนไม้ดอกขนาดเล็ก ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงและใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องมีการบำรุงรักษาที่ซับซ้อน
